ร้านหนังสือเก่า สยามบุ๊คดอทเน็ต Siambook.net : The Name for Quality Usedbooks ร้านสุหนังสือเก่า , ร้านหนังสือมือสอง , ร้านหนังสือหายาก , ร้านหนังสือออนไลน์ , มานี มานะ , สามเกลอ , รับซื้อหนังสือ ให้ราคายุติธรรม

อธิบายธรรมนูญปกครองแผ่นดินสยามเปรียบเทียบกับประเทศต่างๆ


SOLD OUT
ผลงานของ หลวงจักรปาณีศรีศีลวิสุทธิ์ (วิสุทธิ์ ไกรฤกษ์) ผู้พิพากษาในกระทรวงยุตติธรรม เนติบัณฑิตสยามและอังกฤษ ประเภทปก อ่อนกระดาษ ถนอมสายตาพิมพ์ครั้งที่ 2 (พิมพ์ครั้งแร
เหลือ 0 ชิ้น
ซื้อเลย
หยิบลงตะกร้า
  • หมวดหมู่ : ประวัติศาสตร์,สังคม,การเมือง และ หนังสือต้องห้าม
  • รหัสสินค้า : 027119

รายละเอียดสินค้า อธิบายธรรมนูญปกครองแผ่นดินสยามเปรียบเทียบกับประเทศต่างๆ

 

ผลงานของ หลวงจักรปาณีศรีศีลวิสุทธิ์ (วิสุทธิ์ ไกรฤกษ์) ผู้พิพากษาในกระทรวงยุตติธรรม เนติบัณฑิตสยามและอังกฤษ 
ประเภทปก อ่อน
กระดาษ ถนอมสายตา
พิมพ์ครั้งที่ 2 (พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2475)
ปีที่พิมพ์ พ.ศ.2547
จัดพิมพ์โดย สถาบันพระปกเกล้า
จำนวนหน้า 88 หน้า
ขนาด 145x210 มม.
สภาพหนังสือ:ปกถลอก ยับเล็กน้อย มีรหัสหนังสือแปะตามภาพ  , หลังปกหลังมีรอยแกะซองใส่บัตรยืมคืนออก , ตัวเล่มภายในสภาพค่อนข้างดี
 
รายละเอียดเพิ่มเติม:
...ดังได้กล่าวมาแล้วแต่ต้น กรุงสยามของเรานี้นับแต่พระร่วงเจ้าได้ปลดแอกของเขมรออก และตั้งกรุงศุโขทัยเป็นราชธานีสืบอิสสระภาพมาจนบัดนี้ พระเจ้าแผ่นดินทุกพระองค์ย่อมทรงใช้พระราชอำนาจสิทธิ์ขาดในการปกครองประเทศแต่ผู้เดียว แต่อำนาจนี้โดยปกติประเพณีของไทย พระเจ้าแผ่นดินย่อมทรงเลือกใช้โดยความระมัดระวัง ไม่ให้เกิดความเดือดร้อนขึ้นแก่พลเมืองของท่านได้ นัยหนึ่งกษัตริย์ของเราได้ทรงใช้วิธีการปกครองราษฎรอย่างละมุมละม่อมฉันท์บิดาปกครองบุตร์เสมอมา แต่ก็เคยพระเจ้าแผ่นดินบางพระองค์ซึ่งไม่ประพฤติตนอยู่ในทศพิธราชธรรม กดขี่ข่มเหงประชาราษฎร์ ให้ได้รับความเดือดร้อนเป็นเนืองนิตย์ หรือมิฉะนั้นก็มีพระเจ้าแผ่นดินที่ไร้ความสามารถขาดกำลังจะยึดบังเหียนแห่งการปกครองประเทศไว้ได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ผู้ที่สามารถกว่าก็ย่อมฉวยโอกาสกำจัดพระเจ้าแผ่นดินพระองค์นั้นๆ เสีย แล้วขึ้นนั่งเมืองแทนเป็นธรรมดาจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์นี้
แต่ส่วนประเพณีการปกครองนั้นก็คงใช้ของเก่าไปตามเดิม มิได้มีใครคิดหรือพยายามเปลี่ยนแปลงลักษณะการปกครองให้ดีขึ้น ด้วยถือเป็นธรรมเนียมเสียว่าเมื่อเจ้าไม่ดีก็หาเจ้าใหม่ที่ดีมาแทนได้ ดังนี้
ครั้นมาในสมัยรัชชกาลที่ ๕ แห่งกรุงเทพพระมหานครนี้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงกู้อำนาจของกษัตริย์ซึ่งตกไปอยู่ในเงื้อมมือผู้สำเร็จราชการแผ่นดินตั้งแต่ต้นรัชชกาลนั้นกลับคืนมาได้ โดยใช้วิธีเอาขุนนางอื่นๆ เข้าเป็นกำลังช่วยพระเจ้าแผ่นดิน
ในที่สุดจึงได้ทรงตั้งสภารัฐมนตรีเรียกตามภาษาอังกฤษว่า เคาน์ซิลออฟสเตต (Council of State) ขึ้นสำหรับเป็นที่ปรึกษาราชการแผ่นดินในปีจุลศักราช ๑๒๓๖ (พ.ศ.๒๔๑๗)และต่อมาก็ประกาศตั้งอีกสภาหนึ่ง เรียกว่า ปรีวีเคาน์ซิล (Privy Council) คือองคมนตรีสภา สำหรับเป็นที่ปรึกษาราชการในพระองค์บ้าง ราชการแผ่นดินบ้างและช่วยวินิจฉัยฎีกาต่างๆ ทำนององคมนตรีอังกฤษ
เมื่อจะทรงตั้งสภาองคมนตรีขึ้นนั้น ได้มีประกาศแสดงพระราชประสงค์จะทรงจัดการบ้านเมืองให้เจริญดีขึ้นโดยยกเลิกการกดขี่อันมีอยู่ในบ้านเมืองไทยให้น้อยลงส่วนเหตุที่ตั้งสภารัฐมนตรีขึ้น ก็โดยทรงตระหนักในพระราชหฤทัยว่า ถ้าจะทรงจัดการบ้านเมืองแต่ลำพังพระองค์เดียว การคงจะไม่สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ต้องมีผู้ช่วยกันคิดหลายปัญญา ความเจริญจึงจะมีแก่บ้านเมืองทรงพระราชดำริดั่งนี้ จึงได้เลือกสรรข้าราชการที่มีสติปัญญาเข้าเป็นคณะ เพื่อโต้เถียงปัญหาต่างๆ ก่อนออกพระราชบัญญัติ เมื่อตกลงกันเป็นอย่างหนึ่งอย่างใดแล้ว จึงให้เอาข้อตกลงนั้นไปร่างเป็นกฎหมายขึ้น แล้วให้นำเข้าถวายในที่ประชุมคราวหน้า เมื่อที่ประชุมตกลงเห็นชอบพร้อมกันแล้ว ถ้าเป็นการใหญ่ต้องเอาไปปรึกษาเสนาบดีอีกชั้นหนึ่ง ต่อเสนาบดีเห็นชอบด้วยจึงลงพระนามประกาศใช้เป็นพระราชบัญญัติต่อไป แต่ถ้าเป็นการเล็กน้อยก็ประกาศใช้ทีเดียวโดยไม่ต้องปรึกษาเสนาบดี
ตำแหน่งรัฐมนตรีนั้น แต่แรกมีขุนนางชั้นพระยา ๑๓ คน ต่อมาภายหลังจึงได้เพิ่มจำนวนขึ้น แต่ความลำบากครั้งนั้นอยู่ที่หาคนพูดยาก  อันเป็นการตรงกันข้ามกับความลำบากสมัยนี้ ซึ่งมักมีคนชอบพูดมากเกินไปในที่ประชุม เพราะในสมัยนั้นผู้ที่เข้าใจการปกครองแบบปาเลียเมนต์แทบว่าจะไม่มีเลย ใครเสนออะไรขึ้นมา มนตรีอื่นๆ ก็มักยอมตามโดยไม่ออกความเห็น
จนในที่สุด ทรงเห็นว่าการที่จะประชุมต่อไปไม่มีประโยชน์ จึงปล่อยให้รัฐมนตรีสภานั้นดับศูนย์ไปเอง พระเจ้าแผ่นดินคงมีแต่เสนาบดีสภาและองคมนตรีเป็นที่ปรึกษาตลอดมาจนถึงปลายรัชกาลที่ ๖...

สินค้าที่เกี่ยวข้อง อธิบายธรรมนูญปกครองแผ่นดินสยามเปรียบเทียบกับประเทศต่างๆ